Fun88
fun88

Fun88 ทางเข้า
เว็บตรงฟัน88
แทงบอลออนไลน์ บาคาร่า สล็อต หวย

Fun88
fun88

Fun88 ทางเข้า เว็บตรงฟัน88 แทงบอลออนไลน์ บาคาร่า สล็อต หวย

ฟุตบอลโลก 2022 ฤดูหนาวส่งผลกระทบต่อตลาดนักเตะในยุโรปอย่างไร ?

เป็นเวลากว่า 2 ปีที่วงการฟุตบอลได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของไวรัส COVID-19 ทว่าในปีนี้พวกเขาอาจต้องรับมือกับความท้าทายครั้งใหม่ หลังฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ ที่มีกำหนดจะจัดขึ้นในช่วงฤดูหนาวของยุโรปเป็นครั้งแรก

แน่นอนว่าการจัดการแข่งขันในช่วงนี้ย่อมส่งผลต่อลีกใหญ่ในยุโรปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการที่แต่ละลีกจะมีช่องว่าง 6 สัปดาห์ระหว่างฤดูกาล หรือหลายลีกต้องเริ่มฤดูกาลเร็วขึ้นอย่างน้อย 1 สัปดาห์

อย่างไรก็ดีไม่ใช่แค่ในสนามเท่านั้น เมื่อมันยังทำให้ตลาดซื้อขายนักเตะของยุโรปต้องปรับตัวครั้งใหญ่

ติดตามเรื่องราวได้กับ Main Stand

ฟุตบอลโลก 2022 ในฤดูหนาว 

อันที่จริงตอนที่กาตาร์ถูกรับเลือกให้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2022 เมื่อปี 2010 พวกเขาได้กล่าวอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าเบื้องต้น เวิลด์คัพ หนที่ 2 บนผืนแผ่นดินเอเชียจะจัดขึ้นในเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม เหมือนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดีด้วยความที่อุณหภูมิในช่วงหน้าร้อนของตะวันออกกลางที่สูงมาก หรือเฉลี่ย 41.2 องศาเซลเซียส ทำให้ฝ่ายจัดการแข่งขัน ตัดสินใจว่า กาตาร์ 2022 จะถูกย้ายมาเตะในช่วงหน้าหนาว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโลก

“วันสำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก (ในกาตาร์) จะไม่ใช่เดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม บอกตามตรงผมคิดว่ามันน่าจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน และ 15 มกราคมเป็นอย่างน้อย” เฌอโรม วัลค์เก้ อดีตเลขาธิการทั่วไปของฟีฟ่า กล่าวเมื่อปี 2014

“ถ้าเราเล่นในวันที่ 15 พฤศจิกายนไปจนถึงสิ้นเดือนธันวาคม มันจะเป็นเวลาที่สภาพอากาศดีที่สุด คุณสามารถเล่นในอุณหภูมิที่เท่ากับฤดูใบไม้ผลิที่อบอุ่นของยุโรปที่เฉลี่ย 25 องศา นั่นเป็นสภาพอากาศที่เหมาะสำหรับการเล่นฟุตบอล”

แม้ว่าหลังจากนั้น วัลค์เก จะถูกปลดออกจากตำแหน่ง หลังมีส่วนส่วนในการทุจริตเงินของฟีฟ่า แต่ไอเดียเวิลด์คัพ ฤดูหนาว ก็ยังดำเนินต่อไป ก่อนจะมีมติอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2020 ว่าการแข่งขันที่กาตาร์จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 21 พฤศจิกายน – 18 ธันวาคม 2022 และทันทีที่โปรแกรมการแข่งขันถูกประกาศออกมา ก็ได้เกิดเสียงวิจารณ์เป็นวงกว้าง เมื่อมันย่อมส่งผลกระทบกับการแข่งขันของลีกใหญ่ในยุโรปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างแรกก็คือแต่ละลีกจะต้องหยุดพักอย่างน้อย 6 สัปดาห์ในระหว่างฤดูกาล โดยแบ่งเป็น 4 สัปดาห์สำหรับการแข่งขัน และอย่างละสัปดาห์สำหรับการเตรียมตัวและฟื้นฟูร่างกายก่อนและหลังทัวร์นาเมนต์ นอกจากนี้การพักเบรกระหว่างฤดูกาลยังทำให้ให้หลายลีกต้องเลื่อนเปิดฤดูกาลให้เร็วขึ้น ยกตัวอย่างเช่น พรีเมียร์ลีก และบุนเดสลีกา ที่ฤดูกาล 2021-2022 เริ่มเตะในวันที่ 13 สิงหาคม ก็ต้องขยับมาเป็น 5 สิงหาคมในปีนี้ หรือเร็วกว่าเดิม 1 สัปดาห์

ขณะเดียวกันมันยังทำให้ผู้เล่นมีเวลาพักน้อยลง 1 สัปดาห์ แถมหลังจบฤดูกาลบางคนยังต้องไปรับใช้ชาติและลงเล่นในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ต่ออีกราว 2 สัปดาห์ จนเรียกได้ว่าแทบไม่ได้หยุดพัก ทว่าผลกระทบของฟุตบอลโลกฤดูหนาวไม่ได้มีแค่ในสนามเท่านั้น

ตลาดซื้อขายนักเตะปั่นป่วน

โดยทั่วไปแล้วในปีที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลกมักจะเป็นปีที่ผู้เล่นมีความมุ่งมั่นเป็นพิเศษ เช่นกันกับในปี 2022 นี้ที่พวกเขาจะพยายามเค้นฟอร์มออกมาเพื่อให้มีชื่อเป็นหนึ่งใน 23 คนสุดท้ายไปโชว์ฝีเท้าในทัวร์นาเมนต์ที่ตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ดีนั่นคือกรณีของผู้เล่นที่เป็นตัวหลักของสโมสร เพราะสำหรับผู้เล่นที่มีสถานะไม่มั่นคงนี่จะเป็นฤดูกาลที่กดดันที่สุด พวกเขาต้องตัดสินใจว่าจะอยู่สู้ต่อหรือย้ายออกจากทีมเพื่อหาโอกาสลงเล่น และการแข่งขันฟุตบอลโลกฤดูหนาวยิ่งจะทำให้การตัดสินใจของนักเตะกลุ่มนี้ยากขึ้นไปอีก เพราะพวกเขาจะมีเวลาแค่ไม่กี่สัปดาห์ในการประเมินสถานการณ์ ก่อนตลาดซื้อขายนักเตะจะสิ้นสุดในวันที่ 1 กันยายน

ยิ่งไปกว่านั้นการที่ฟุตบอลโลกจัดขึ้นในระหว่างฤดูกาลยังทำให้พวกเขามีเวลาไม่ถึง 4 เดือนในการรีดฟอร์ม ซึ่งต่างจากฟุตบอลปกติที่จะอิงผลงานจากฤดูกาลที่ผ่านมาเป็นตัวตัดสิน และจะมีเวลามากกว่าถึง 2 เท่า

“การคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกเป็นหนึ่งในลิสต์สูงสุดสำหรับความสำเร็จในเส้นทางอาชีพ เหนือกว่าการคว้าแชมป์ลีก และแชมเปี้ยนส์ลีก การได้เป็นตัวแทนทีมชาติในฟุตบอลโลกคือจุดสุดยอด ผู้เล่นต่างหวังที่จะได้เล่นในรอบสุดท้ายอย่างเต็มที่ และมีไม่กี่คนที่ทำได้สำเร็จ” ตัวอย่างนี้เห็นได้จากกรณีของ ทาคุมิ มินามิโนะ ปีกชาวญี่ปุ่นของลิเวอร์พูล เขาคือผู้เล่นตัวหลักของทัพซามูไรบลู ด้วยผลงาน 17 ประตูจาก 42 นัด แต่กลับได้ลงเล่นในการออกสตาร์ทเป็นตัวจริงให้กับหงส์แดงเพียงนัดเดียวเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้ล่าสุด มินามิโนะ ตัดสินใจย้ายไปร่วมทีม โมนาโก ในลีกเอิง ของฝรั่งเศส เป็นการถาวร ซึ่งเป็นที่ที่เขามองว่าน่าจะการันตีตำแหน่งตัวจริงให้เขาแน่นอน และจะทำให้เขาติดทีมไปกาตาร์ในช่วงปลายปี

“ถ้าพวกเขารู้สึกว่าพวกเขากำลังได้รับเลือกสำหรับทัวร์นาเมนต์แต่บางทีพวกเขาไม่ได้มีสถานะที่มั่นคงที่สโมสรในแง่ของการได้เป็นตัวจริง พวกเขาจะตระหนักมาก ๆ ว่าพวกเขาต้องได้ลงเล่น เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะได้ไปเล่นในฟุตบอลโลก” เฟลสช์แมน อธิบาย นอกจากนี้ด้วยสถานการณ์ที่บีบคั้นเช่นนี้ จึงอาจทำให้เราจะได้เห็นการย้ายทีมที่คาดไม่ถึง โดยเฉพาะการที่นักเตะดังย้ายจากทีมใหญ่ไปทีมเล็กหรือกลับไปเล่นในลีกบ้านเกิดเพื่อท้าชิงตำแหน่งในทีมชาติ ตารางบอลโลก

ไม่ว่าจะเป็น คอนเนอร์ กัลลาเกอร์ แข้งดาวโรจน์ที่ไม่มีตำแหน่งในเชลซีที่กำลังพิจารณาย้ายออกไปด้วยสัญญายืมตัว โดยมี แอสตัน วิลลา และ เอฟเวอร์ตัน กำลังจับตามอง หรือ สตีเว่น เบิร์กไวน์ ปีกชาวเนเธอร์แลนด์ ที่ลงเป็นตัวจริงเป็นครั้งสุดท้ายให้ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ตั้งแต่เดือนมกราคมปีนี้ และกำลังเตรียมเก็บข้าวของย้ายไปเล่นให้ อาหยักซ์ อัมสเตอร์ดัม